ครบทุกบริการ...เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

NEWS & PROMOTION ข่าวสารและโปรโมชั่น

JR WEST เดินทางสะดวกทั่วภูมิภาคคันไซ

JR WEST เดินทางสะดวกทั่วภูมิภาคคันไซ

27-09-2560

ตั๋วรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น

 


 

JR  ตั๋วรถไฟสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ซึ่งบัตรก็อยู่หลายประเภทให้เราเลือกใช้ ซึ่งมีทั้งแบบเดินทางได้ทั่วประเทศอย่าง JR ALL JAPAN และแยกตามแต่ละภูมิภาคต่างๆ ของญี่ปุ่น เช่น JR EAST , JR CENTRAL-WEST, JR WEST, JR SHIKOKU, JR HOKKAIDO และ JR KYUSHU ซึ่งราคาและระยะเวลาที่ใช้บัตรได้ก็จะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค

 

ส่วน JR WEST คือ ตั๋วรถไฟหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่การเดินทางในคันไซ, ฮิโรชิม่า, ฮากาตะ และอื่นๆ รวมทั้งยังสามารถใช้เดินทางได้ในบริษัทของเครือ JR ทั้งหมด เพื่อความสะดวก และประหยัดมากขึ้น การจะเลือกใช้บัตรแต่ละแบบควรศึกษา และเปรียบเทียบข้อมูลดูก่อนที่จะเลือกใช้

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ >>> ที่นี่

 

 

JR WEST เที่ยวไหนได้บ้าง?

 

ตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่สามารถนั่งรถไฟ JR WEST และบริษัทของในเครือ JR ท่องเที่ยวได้ เช่น

 

สะพาน Kintaikyo

 

 

 

สะพานไม้โค้งคินไตเกียว เป็นสะพานไม้โบราณแบบฉบับของญี่ปุ่นที่สวยงามติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นค่ะ ในอดีตถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ข้ามแม่น้ำ Nishiki ไปยังปราสาท lwakuni ซึ่งตั้งอยู่บนเขา Shiroyama ซึ่งตัวสะพานมีความยาว 175 เมตร ความโค้งของสะพานแบ่งออกเป็น 5 ช่วง ช่วงละประมาณ 35 เมตร กว้าง 5 เมตร ในอดีตสะพานไม้แห่งนี้สร้างขึ้นโดยใช้ไม้ขัดกันจนเป็นรูปโค้ง แต่เนื่องจากสะพานได้รับความเสียหายจากพายุในอดีต และน้ำท่วมหลายครั้ง ปัจจุบันจึงได้มีการปรับปรุงใหม่ให้แข็งแรงขึ้นจากการใช้เหล็ก เสาหินอันแข็ง แต่ยังคงความเก่าแก่และงดงามไว้ให้เราได้ชมกัน

การเดินทาง จากหน้าสถานี JR lwakuni นั่งรถบัสจากฝั่งซ้ายมือ (จะมีป้ายเขียนชัดเจนว่าไปสะพาน คิน-ไตเคียว) ลงที่ป้าย ใช้เวลา 20 นาที (มีรถบัสวิ่งทุกๆ 15 นาที)

ที่อยู่ เมือง Iwakuni จังหวัด Yamaguchi, ภูมิภาค Chugoku

เวลาเปิด เปิดตลอดเวลา / Ropeway 09.00-16.45 น.

ค่าบริการ ค่าข้ามสะพาน 300 เยน

 

 

ศาลเจ้า Itsukushima

 

 

 

 

ศาลเจ้าที่มีอายุเก่าแก่มากถึง 1,400 ปี โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรมจากองค์กร UNESCO ในปี 1996 ศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นบนอ่าวเล็กๆ บนชายหาดที่น้ำท่วมถึงโดยการปักเสาลงไปในทะเล เวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดระดับน้ำจะสูงเกือบถึงพื้น จึงทำให้มองดูราวกับว่าศาลเจ้านี้ลอยน้ำอยู่บนทะเล และแยกออกมาจากตัวเกาะ แต่เวลาที่น้ำลงเราสามารถลงไปเดินเล่นบนชายหาดได้ไกลถึงบริเวณประตูโอโทริเลย ส่วนในเวลากลางคืนทั้งศาลเจ้า และเสาโอโทริอิจะมีไฟส่องประดับอย่างสวยงาม แม้ว่าเราจะไม่สามารถเข้าไปชมในศาลได้ แต่บริเวณนี้ก็มีเรือบริการ พานักท่องเที่ยวชมทิวทัศน์จากนอกอ่าวได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทาง เมื่อออกจากท่าเรือเฟอรารี่ ให้เดินไปทางขวา แล้วเรียบชายทะเลไปเรื่อยๆ ประมาณ 750 เมตร จะเจอทางเข้า เส้นทางเดินชมภายในศาลเจ้าอนุญาตให้เดินทิศทางเดียวเท่านั้น

ที่อยู่ บริเวณเกาะ Miyajima, Hiroshima , ภูมิภาค Chugoku

เวลาเปิด ทุกวัน 06.30-18.00 น. (ขึ้นกับฤดูกาล)

ค่าบริการ ผู้ใหญ่ 300 เยน /เด็กอายุ(15-18) 100 เยน /เด็ก(6-14) 100 เยน

 

 

สวน Korakuen

 

 

 

สวนที่สวยติด 1 ใน 3 ของญี่ปุ่นเลยค่ะ ภายในสวนมีองค์ประกอบหลักตามแบบฉบับของสวนที่ญี่ปุ่น อย่างเช่น ต้นไม้และไม้ประดับที่ได้รับการออกแบบและตกแต่งมาอย่างสวยงาม  หรือ จะเป็นสระน้ำ, ลำธาร เนินดิน ศาลาพักผ่อน และเส้นทางเดินที่ตัดผ่านไปยังส่วนต่างๆ อย่างร่มรื่น สวยงาม น่าพักผ่อนมากๆ ค่ะ นอกจากนี้แล้วบริเวณสวนยังสามารถมองเห็นปราสาทโอคายามาเป็นฉากหลังอย่างสวยงาม จนทำให้รู้สึกหายเหนื่อยไปเลย

การเดินทาง จากตัวเมือง Okayama  (เริ่มต้นจากใกล้สถานีรถไฟฟ้า JR Okayama) เดินมาขึ้นรถรางสาย Higashiyama ที่ป้าย Okayama Ekimae ไปลงที่ป้าย Shiroshita แล้วเดินต่ออีกราวๆ 8 นาที ระยะทางประมาณ 600 เมตร หรือจากสถานี JR Okayama นั่งรถบัส Bus bound for Fujiwara Danchi มาลงป้าย Korakuen-mae ก็ได้เช่นกัน

ที่อยู่ เมือง Okayama, จังหวัด Okayama, ภูมิภาค Chugoku

เวลาเปิด 08.00-17.00 น.

ค่าบริการ 400 เยน

 

ปราสาท Himeji

 

 

 

 

“ปราสาทแห่งนี้มีวิวทิวทัศน์ที่งดงามซึ่งได้รับการเปรียบเปรยให้เป็น ปราสาทนกกระสาขาว (White Heron Castle) หรือปาสาทหงส์ขาว ที่มาจากสีขาวของผนังปราสาทนั่นเอง” อีกทั้งยังเป็นปราสาทที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นจนได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศ  มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปี ซึ่งนับเป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น เพราะไม่เคยได้รับความเสียหายจากสงครามหรือภัยธรรมชาติใดๆ เลย ตัวปราสาทสร้างขึ้นโดยใช้ไม้ทั้งหมด ซึ่งมีแค่ป้อมและกำแพงต่างๆ เท่านั้นที่สร้างจากหิน

การเดินทาง เริ่มต้นจากตัวเมือง Kobe โดยนั่งรถไฟ  JR ที่สถานี Sannomiya สาย JR Special Repid Line หรือสาย Ltd.Exp Super Hakuto ใช้เวลา 39 นาที มาลงที่สถานี Himeji จากนั้นให้นั่งรถบัสไปยังตัวปราสาท หรือเดินประมาณ 15 นาที (ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร)

ที่อยู่ เมือง Himeji, จังหวัด Hyoto, ภูมิภาค Kansai

เวลาเปิด 09.00-17.00 น.

ค่าบริการ บริเวณรอบปราสาทฟรี, ภายในปราสาท 400 เยน

 

ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ Mosaic Ferris Wheel

 

 

ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของท่าเรือแห่งนี้ มีความสูงถึง 50 เมตร ตั้งอยู่ติดห้าง ในตอนกลางคืนจะมีการสลับเปิดไฟสีต่างๆ อย่างสวยงามให้บรรยากาศที่โรแมนติกมากค่ะ คู่รักจึงมักนิยมพากันมาขึ้นชิงช้าสวรรค์แห่งนี้สวีทกันท่ามกลางแสงไฟแห่งความโรแมนติก

การเดินทาง นั่ง city Loop Bus ลงป้าย Harbor-Land

ที่อยู่ จังหวัด Osaka, ภูมิภาค Kansai

เวลาเปิด 10.00-22.00 น.

ค่าบริการ  80 เยน/ คน

 

สวนสนุก Universal Studios Japan

 

 

 

 

สวนสนุกที่รวบรวมเครื่องเล่นสุดมันส์ และธีมปาร์คจำลองมาจากฉากของภาพยนตร์ต่างๆ ของฮอลลิวู้ด พร้อมกิจกรรมมากมาย ให้เราได้ร่วมสนุกกันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นโซนมินเนี่ยนเจ้าตัวเหลืองสุดน่ารัก แฮรี่พอร์ตเตอร์ หรือโซนต่างๆ อีกหลายหลายโซน

การเดินทาง รถไฟสาย JR Osaka Loop Line ลงสถานี Nishikujo แล้วเปลี่ยนเป็นสาย JR Yamesaki Line แล้วลงสถานีปลายทางคือ Universal-city Station เดินต่ออีกเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึงสวนสนุกแล้ว

ที่อยู่ จังหวัด Osaka, ภูมิภาค Kansai

เวลาเปิด เปิดบริการทุกวัน จะไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับช่วงเวลา

ค่าบริการ ผู้ใหญ่ 7,600 เยน / เด็ก 5,100 เยน

 

วัด Todaiji

 

 

 

วัดโบราณที่มีความเก่าแก่อย่างมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ก่อนเดินเข้าสู่ตัววัด เราต้องผ่านซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "นันไดมง" สถาปัตยกรรมแบบจีนสมัยราชวงศ์ซ่ง ที่รังสรรค์ขึ้นมาด้วยท่อนซุงขนาดยักษ์ถึง 18 ต้น ด้านหน้าของวิหารหลักจะมีตะเกียงสำริด 8 เหลี่ยม ตั้งอยู่โดดเด่น กลางลานหน้า สลักเป็นรูปของเหล่าคนธรรมพ์ขับกล่อมดนตรีอยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเครื่องดนตรีในยุคเมื่อ 1,200 ปีก่อน ต่อมาเป็นวิหารหลักไม้หลังใหญ่ที่เรียกว่า "ไดบุทสึเดน" (Daibutsuden) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโต (ไดบุทสึ) ว่ากันว่าเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยคะ ซึ่งมีความสูง 157 ฟุต ความยาว 187 ฟุต แม้ว่าวิหารไม้ที่เห็นในปัจจุบันนี้มีขนาดเพียงแค่ 2 ใน 3 ของวิหารหลังเดิมที่เคยถูกไฟไหม้ไปจากภัยสงคราม แต่ก็ยังคงมีความยิ่งใหญ่ สวยงาม จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

การเดินทาง จากตัวเมือง Nara ให้นั่งรถบัสสาย 70 หรือ 97 ที่สถานีรถไฟ JR Nara ไปลงที่ป้าย Kimomizu-michi แล้วเดินต่อ 5 นาที

ที่อยู่ เมือง Nara, จังหวัด Nara, ภูมิภาค Kansai

เวลาเปิด 08.00 - 17.00 น.

ค่าบริการ ค่าเข้าวิหารหลวงพ่อโต 500 เยน ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์วัด 500 เยน หรือตั๋วชม 800 เยน

 

วัด Kinkaku-ji

 

 

 

หรือที่คนไทยรู้จักดีในชื่อวัดทอง หรือบางทีก็เรียกว่าวัดปราสาททอง หรือพลับพลาทอง ค่ะ ด้วยจุดเด่นของอาคารสีแดงอันโดดเด่นเป็นสง่าสีทองที่ตั้งอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่อันสวยงาม ชั้นที่ 2 และ 3 ของตัววัดจะถูกปิดด้วยแผ่นทองคำแท้เปล่งประกายอย่างงดงาม ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอย่างมากค่ะ ส่วนด้านบนของหลังคาจะมีรูปปั้นนกฟินิกซ์สีทองประดับอยู่ รอบๆ จะมีการจัดตกแต่งสวนตามแบบฉบับของญี่ปุ่น ทำให้ทัศนีย์ภาพโดยรอบดูร่มรื่น น่าแวะพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุดค่ะ หากใครเคยดูการ์ตูนเรื่องเณรน้อยเจ้าปัญญา “อิคคิวซัง” น่าจะจำท่านโชกุนที่ชอบมาประลองปัญญากับอิคคิวซังบ่อยๆ ซึ่งโชกุนในเรื่องก็คือ ท่านอาชิคางะ โยชิมิสึ นั่นเอง และภาพของปราสาททองยังปรากฎอยู่ในการ์ตูนของเรื่องนี้อีกด้วยนะคะ

การเดินทาง จากตัวเมือง Kyoto ที่สถานี JR Kyoto ให้นั่งรถบัส Kyoto City Bus หมายเลข 101 หรือ 205 ไปลงป้าย Kinkakujimachi จากนั้นเดินต่ออีก 3 นาที

ที่อยู่ เมือง Kyoto, จังหวัด Kyoto, ภูมิภาค Kansai

เวลาเปิด 09.00-17.00 น.

ค่าบริการ 400 เยน

 

ศาลเจ้า Fushimi Inari กับอุโมงค์ Torii

 

 

 

 

หรือศาลเจ้าที่คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่าศาลเจ้าจิ้งจอกขาว ถือเป็นศาลเจ้าชื่อดังที่นักท่องเที่ยวต่างก็รู้จักกันดีโดยเฉพาะอุโมค์โทริอิ ที่เรียงต่อทอดยืวอย่างสวยงาม จากด้านล่างขึ้นไปสู่ยอดเขา ภายในศาลเจ้ายังมีรูปที่เกี่ยวกับสุนัขจิ้งจอก ซึ่งในตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นเชื่อกันว่าเป็นสัตส์ที่นำสาส์นของเทพเจ้านั่นเองค่ะ และสิ่งที่น่าสนใจของศาลเจ้านี้ก็คือ การเดินรอดอุโมงค์เสาโทริอิ กว่าหมื่นต้นที่เรียงรายคดเคี้ยวขึ้นไปบนเขาด้วยระยะทางถึง 4 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นหากมีรูปถ่ายเก๋ๆ กับเสาสีแดงสดใสนี้คงจะดีไม่น้อยค่ะ และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้นักท่องเที่ยวบ้านเราและต่างแดนชอบมาเที่ยวและถ่ายรูปกับเสาโทริอิ ที่ศาลเจ้านี้

การเดินทาง จากตัวเมือง Kyoto นั่งรถไฟ JR ที่สถานี Kyoto สาย JR Nara ไปลงที่สถานี  Inari จากนั้นเดินต่ออีกเล็กน้อยก็จะถึงทางเข้าวัด

ที่อยู่ เมือง Kyoto, จังหวัด Kyoto, ภูมิภาค Kansai

เวลาเปิด เปิดตลอด

ค่าบริการ ฟรี

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> JR WEST