ครบทุกบริการ...เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง

NEWS & PROMOTION ข่าวสารและโปรโมชั่น

Nikko ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหนได้บ้าง?

Nikko ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ไหนได้บ้าง?

31-08-2560

แหล่งมรดกโลกและธรรมชาติที่งดงามยามใบไม้เปลี่ยนสี

 


 

นิกโก้ (Kikko)

ตั้งอยู่บริเวณตะวันตกของจังหวัดโตจิงิ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ และแหล่งมรดกโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความสวยงามมากมายไม่ว่าจะเป็นวัด และศาลเจ้าต่างๆที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เช่น ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) และ วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple) เพราะในอดีตนิกโก้เคยเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธนิกายชินโต นอกจากนี้แล้วนิกโก้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งภูเขา ทะเลสาบ และน้ำตก โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสีอย่างสวยงาม ตามหุบเขาและทะเลสาบ จนทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของญี่ปุ่น รวมถึงยังอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมาก การเดินทางก็สะดวกสบาย จึงทำให้นิกโก้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก 

 

ซื้อตั๋วเดินทางท่องเที่ยวนิกโก้

คลิก >> NIKKO KINUGAWA PASS <<

 


 

สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

 

 

สะพานไม้โค้งสีแดงสไตล์ญี่ปุ่นที่ดูโดดเด่นเป็นสง่า สวยงามติด 1 ใน 3 ของสะพานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ที่บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยสดงดงาม และเป็นสถานที่ยอดนิยมในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี นักท่องเที่ยวก็จะมาดูความงามของสะพานสีแดงที่โอบล้อมไปใบไม้หลากสีที่ดูคละเคล้ากันไป

 


 

วัดรินโนจิ (Rinnoji Temple)

 

 

วัดสำคัญที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า 1,000 ปี วิหารหลักเป็นอาคารไม้ขนาดใหญ่ ภายในมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักอันสวยงาม  และปิดทับด้วยทอง ซึ่งเป็น 1 ใน 15 ของวัดพุทธที่สำคัญของเมืองนิกโก้ และได้รับรองเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของธรรมชาติอีกด้วย (ปัจจุบันตัวอาคารของวัดนี้ถูกถอดออกเป็นชิ้นๆ เพื่อบูรณะใหญ่ กำหนดแล้วเสร็จในปี 2020 โดยมีการสร้างอาคารคลุมไว้ ผู้เข้าชมสามารถสักการะ พระพุทธรูป และเดินชมกระบวนการบูรณะได้)

 


 

ศาลเจ้าฟุตาระซัง (Futarasan Shrine)

 

 

อีกหนึ่งศาลเจ้าอันเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม ถูกสร้างขึ้นเพื่อถวายสักการะเทพเจ้าแห่งภูเขา 3 ลูก ใรนบริเวณนี้ คือ นันไตซัง ทะโระซัง เนียวโฮซัง ตามความเชื่อที่ว่าภูเขาที่มีเทพเจ้าสถิตอยู่ และที่นี่ยังได้ถูกขึ้นทะเบียนรวมเป็นหนึ่งในมรดกโลกด้วย

 


 

ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine)

 

 

ศาลเจ้าและสุสานของโชกุนโทกุงาวะ อิเอยะสุ โชกุนคนแรกที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยเอโดะ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นด้วยความประณีต และงดงาม บริเวณรอบๆ มีเจดีย์สีแดง 5 ชั้น รวมทั้งศาลเจ้าต่างๆ อีกมากมายตั้งเรียงรายอย่างงดงาม

 


 

ถนนอิโระฮะซากะ (Irohazaka Road)

 

 

ถนนเลียบเขาที่รายล้อมด้วยวิวทิวทัศน์อันสวยงาม จนได้ขนานนามว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยที่สุดในคันโต นอกจากเราจะได้ชมสีสันของใบไม้ที่เปลี่ยนสีตลอดสองข้างทางแล้ว จุดที่สามารถชมความคดโค้ง และความสวยงามของป่าเปลี่ยนสี ที่โอบล้อมถนนได้อย่างงชัดเจนก็คือ จุดชมวิวบนยอดเขาที่สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา ซึ่งสามารถมองเห็นถนนได้ทั้งขาขึ้น และขาลง

 


 

น้ำตกเคกอน (Kegon Waterfall)

 

 

น้ำตกที่มีต้นน้ำไหลมาจากขอบทะเลสาบจูเซนจิ ผ่านหน้าผาสูงชันลงสู่หุบเขา ที่มีความสูงถึง 93 เมตร ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในนิกโก้ และติดน้ำตกที่สูงที่สุด 1 ใน 3 ของน้ำตกที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วย บริเวณนี้มีภูมิทัศน์ธรรมชาติที่แสนวิเศษ มีเสน่ห์ และให้ความงดงา  ซึ่งเราสามารถชมน้ำตกอย่างใกล้ชิดโดยลงลิฟต์ไปอีกประมาณ 100 เมตร

 


 

น้ำตกริวซู (Ryuzu Waterfall)

 

 

ตั้งอยู่ในบริเวณที่แม่น้ำยูคาวะไหลลงสู่ทะเลสาบชูเซ็นจิ โดยชื่อนี้มีที่มาจากการตกของน้ำที่แบ่งออกเป็นสองสายเหมือนมังกรกำลังม้วนลำตัวนั่นเอง ระดับต่างความสูงของน้ำตกอยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ความสูงโดยรวมทั้งสิ้น 210 เมตร ซึ่งน้ำตกแห่งนี้จะมีจุดชมวิวมีชื่อเสียงด้วยกัน 2 จุด คือ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีจุดชมกุหลาบพันปี และในช่วงใบไม้ร่วง สามารถชมใบเมเปิ้ลที่เปลี่ยนสีสันอย่างสวยงาม

 


 

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)

 

 

ทะเลสาบที่มีทัศนียภาพอันสวยงามติดอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของนิกโก้ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา  และล้อมรอบไปด้วยป่าไม้ มีฉากหลังเป็นภูเขา Nantai ที่มีรูปทรงกรวยสวยงาม รวมทั้งยังเป็นภูเขาไฟอันศักดิ์สิทธิ์ของนิกโก้ ซึ่งเคยประทุเมื่อ 20,000 ปี ที่ผ่านมา ลาวาถูกกัดกั้นโดยปราการธรรมชาติ  คือ หุบเขา และแม่น้ำที่ถูกปิดกั้นจนเกิดเป็นแอ่งทะเลสาบ จูเซ็นจิ ขึ้น แนะนำให้นั่งเรือพายหรือ เรือนำเที่ยวเพื่อชมบรรยากาศ ในทะเลสาบ รวมทั้งเดินเล่นบริเวณรอบๆ 

 


 

แม่น้ำคินุงาวะ (Kinugawa River Cruise)

 

 

ความงดงามของหุบเขาที่สร้างขึ้นจากหินซึ่งมีรูปร่างประหลาด พร้อมชมความสวยงามของใบไม้เปลี่ยนสีตลอดสองข้างทาง จากการนั่งบนเรือไม้ท้องแบน ล่องไปบนแม่น้ำคูดาริ (Kudari River) ผ่านธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ค่อนข้างสงบ และมีเกาะแก่งเล็กน้อย

 


 

การเดินทางภายในเมืองนิกโก้

 

รถบัสสาย Wold Heritage

เป็นรถบัสสำหรับนักท่องเที่ยววิ่งวนในบริเวณมรดกโลก เริ่มจากสถานี JR Nikko รถจอดป้าย 1A แวะจอดสถานี Tobu Nikko ที่ป้าย 2 C วิ่งไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ บริเวณมรดกโลก ค่าโดยสาร 300 เยน/เที่ยว วิ่งบริการตั้งแต่เวลา 08.17-17.22

 

Nikko City Area Pass

ระยะเวลาที่ใช้ตั๋ว 2 วัน​สามารถใช้โดยสารรถไฟไป-กลับ 1 รอบ ระหว่างสถานีอาซาคุสะถึงสถานีชิโมะอิมะอิชิ และรถบัสในขอบเขตแผนที่ได้ไม่จำกัดจำนวนรอบในระยะเวลาที่กำหนด และสามารถใช้โดยสารรถบัสสาย 2B เท่านั้น หากโดยสารรถบัสสาย 2A, 2C สามารถโดยสาร ได้ถึงป้ายเร็นเกอิชิเท่านั้น ราคาบัตรโดยสารไม่รวมค่าเข้าชม “ศาลเจ้า และวัดในนิกโก้” ราคาบัตรโดยสารไม่รวมค่าเข้าชม “ศาลเจ้า และวัดในนิกโก้”

 

Nikko All Area Pass

ระยะเวลาที่ใช้ตั๋ว 4 วัน สามารถใช้โดยสารรถไฟไป-กลับ 1 รอบ ระหว่างสถานีอาซาคุสะถึงสถานีชิโมะอิมะอิชิ และรถบัสในขอบเขตแผนที่ได้ไม่จำกัดจำนวนรอบในระยะเวลาที่กำหนดสามารถใช้โดยสารรถบัสสาย 2A, 2B, 2C, 2D ซึ่งมีต้นสายจากสถานีโทบุนิกโก้ ได้ทุกเส้นทางราคาบัตรโดยสารไม่รวมค่าเข้าชม “ศาลเจ้า และวัดในนิกโก้”

 

Theme Park & Nikko City Area Pass

ระยะเวลาที่ใช้ตั๋ว 2 วัน สามารถใช้โดยสารรถไฟไป-กลับ 1 รอบ ระหว่างสถานีอาซาคุสะถึงสถานีชิโมะอิมะอิชิ และรถบัสในขอบเขตแผนที่ได้ไม่จำกัดจำนวนรอบ ในระยะเวลาที่กำหนด สามารถใช้โดยสารรถบัสสาย 2B ได้ตลอดช่วงระยะ กับรถบัสสาย 2A-2C เฉพาะช่วงระยะ จนถึงเร็นเกอิชิ ซึ่งออกและสิ้นสุดที่ป้ายโทบุนิกโก้เอกิมาเอะ สามารถโดยสารรถบัสได้ที่คินุงาวะออนเซ็นบัสเทอร์มินอล (ป้ายรถหมายเลข 3) กรุณาแลกตั๋วเข้าชมที่เค้าเตอร์ทางเข้าก่อนเข้าชมสวนสนุก จำกัดการเข้าชมสวนสนุกในแต่ละแห่งเพียง 1 ครั้ง เท่านั้น ราคาบัตรโดยสารไม่รวมค่าเข้าชม “ศาลเจ้าและวัดในนิกโก้” และหมู่บ้านนิกโก้เอโดะ วันเดอร์แลนด์จะปิดทุกวันพุธ